เครือข่ายงดเหล้าหนุน สธ. เจาะเลือดตรวจเมาแล้วขับ

เครือข่ายงดเหล้าหนุน สธ. เจาะเลือดตรวจเมาแล้วขับอุบัติเหตุทุกราย ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) พร้อมด้วยเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กว่า 30 คนเดินทางมายังกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อยื่นหนังสือถึง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข

เพื่อสนับสนุนมาตรการเจาะเลือดวัดแอลกอฮอล์ในอุบัติเหตุทุกราย พร้อมให้กำลังใจ สธ.ยืนหยัดตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 หลังมีกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วิ่งเต้นขอแก้กฎหมาย เพื่อเปิดทางให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างเสรีมากขึ้น โดยมี นพ.โสภณ เมฆธน ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นตัวแทนรับหนังสือ ภก.สงกรานต์กล่าวว่า เครือข่ายมาเพื่อต้องการสนับสนุนภาครัฐบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมถึงการรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และเพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ จึงสนับสนุนมาตรการเจาะเลือดเพื่อวัดปริมาณแอลกอฮอล์กับผู้ประสบอุบัติเหตุจราจรทางถนนทุกราย เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดปัญหาหลายรายไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจวัดแอลกอฮอล์ และใช้ช่องว่างของกฎหมายที่จะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ตรวจ เพราะฐานโทษความผิดจะสูงกว่า โดยหากทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลมีสิทธิพักหรือถอนใบอนุญาตขับรถได้อีกทั้งช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา สธ.มีนโยบายนำร่องสนับสนุนให้สถานพยาบาลของรัฐในสังกัด สธ.ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ที่ประสบอุบัติเหตุทางถนน โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งหนังสือมาที่สถานพยาบาลเพื่อเจาะเลือดส่งตรวจวิเคราะห์ปริมาณแอลกอฮอล์ หากพบว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมีค่าเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเมาสุรา

“มาตรการดังกล่าวถือว่ามีความก้าวหน้าในทางนโยบาย ส่งผลต่อการป้องปรามผู้ขับขี่และลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วยถ่วงดุลการทำงานระหว่างสาธารณสุขและตำรวจ หลังพบพวกหัวหมอเมาแล้วขับแต่ไม่ยอมเป่า กลับพยายามวิ่งเต้นขอเคลียร์ผู้ใหญ่ เชื่อว่ามาตรการนี้จะปิดช่องตำรวจชั้นผู้น้อยถูกขอจากกรณีเมาแล้วขับได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันพบว่าที่มีความพยายามของกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วิ่งเต้นขอแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา เพียงเพื่อให้ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ค้าขายได้มากขึ้น มอมเมาได้มากขึ้น ซึ่งสวนทางกับจุดยืนของ สธ.และภาคีเครือข่ายที่พยายามลดผลกระทบ ลดความสูญเสียจากน้ำเมา” ภก.สงกรานต์กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth